ใบความร 6 เร อง ฟ งก ช นพ นฐาน ----------------------------------------------- ฟ งก ช น (Function) ค อส ตรการคานวณท เข ยนข นล วงหน า ม ล กษณะเหม อนคาส ง คานวณสาเร จร ปเพ อให การทางานอย างใดอย างหน ง เพ ยงใส ค าฟ งก ช นท ต องการลงไปหร อจะ เร ยกว าอาร ก วเมนต (Argument) จากน นฟ งก ช นก จะค นค าผลล พธ กล บมาให ฟ งก ช นต าง ๆ ท ม ใน Excel ก จะถ กออกแบบการคานวณได ต งค าง าย ๆ ไปจนถ งการคานวณข นส งท ซ บซ อน ซ งม ฟ งก ช นต าง ๆ ให เล อกมากมาย ท งคณ ตศาสตร การเง น ว ศวกรรม สถ ต ข อม ล ฯลฯ ฟ งก ช น (Function) แต ละฟ งก ช นจะม ร ปแบบหร อโครงสร างการใช งานท ม ล กษณะ คล ายคล งก นด งน ร ปแบบ =ช อฟ งก ช น(อาร ก วเมนต 1,อาร ก วเมนต 2,อาร ก วเมนต 3 อาร ก วเมนต n) =Functionname(Argunemt1, Argunemt2, Argunemt3, Argunemtn,) ช อฟ งก ช น เป นส วนท บอกหน าท และว ธ การคานวณ เช น ฟ งก ช น SUM ทาหน าท รวมต วเลข ฟ งก ช น MAX ทาหน าท หาค าต วเลขท มากท ส ด MIN ทาหน าท หาค าต วเลขท น อย ท ส ด ฟ งก ช น AVERAGEทาหน าท หาค าเฉล ยของต วเลข ฟ งก ช น COUNT ทาหน าท น บจานวน ต วเลข เป นต น อาร ก วเมนต ค อส วนท ของข อม ลท ฟ งก ช นจะนาไปใช ประมวลผล ซ งอาจเป นเซล อ างอ ง ต วเลข ข อความ หร อค าตรรกะ เช น จร งหร อเท จ อาร เรย ค าความผ ดพลาด ส ตรหร อ ฟ งก ช นอ น ซ งแต ละฟ งก ช นจะต องการอาร ก วเมนต ท แตกต างก น ออกไป ข นอย ก บร ปแบบของ ฟ งก ช นและจานวนท จะใช บางฟ งก ช นอาจต องการอาร ก วเมนต มากกว า 1 ต วเช น SUM(A1:A30) หร อ SUMIF(A2:A10, >20,B2:B10) เป นต น ใน Excel 2007 จะสามารถกาหนดอาร ก วเมนต ได ต งแต 1 ถ ง 255 ค า ใน Excel เวอร ช นอ นๆจะสามารถกาหนดอาร ก วเมนต ได ต งแต 1 ถ ง 30 ค า
ข อกาหนดการเข ยนฟ งก ช น ข นต นด วยเคร องหมาย = (เท าก บ) เสมอ ตามด วยช อฟ งก ช น ซ งสามารถพ มพ ด วย ต วอ กษรแบบพ มพ เล กหร อพ มพ ใหญ ก ได เช น =sum หร อ =SUM ค อช อเด ยวก น การเข ยนฟ งก ช นต องไม ม การย อหน าหร อเว นวรรค โดยต องพ มพ ส ตรต ดต อไปจนจบ อาร ก วเมนต ท งหมดต องอย ภายใต เคร องหมาย () (วงเล บ) โดยพ มพ ต อจากช อ ฟ งก ช น อาร ก วเมนต แต ละต วจะค นด วยด วยเคร องหมาย, (comma) หากใช ฟ งก ช นก นหลาย ต วต องใส วงเล บป ดให ครบก บจานวนฟ งก ช นท เป ดด วย เช น =SUM(ROUND(A2:A10,2)) บางฟ งก ช น อาจม อาร ก วเมนต หลายต วหร อต วเด ยว เช น LOWER(text) และ COUNTIF(range,criteria) หร อ ไม ม อาร ก วเมนต เลยก ได เช น =TODAY() ใส เคร องหมาย คร อมบนอาร ก วเมนต ท เป นข อความเสมอเช น =TIMEVALUE( 12:00 ) ห ามใส เคร องหมายหร อส ญล กษณ ท ใช กาหนดร ปแบบข อม ลประเภทต วเลข เช น $,& การใส ค าอาร ก วเมนต ใน excel 2007 สามารถใส อาร ก วเมนต ได 255 อาร กวเมนต สาหร บ excel เวอร ช นก อนหน าท ง 97, 2000, XP, 2003 จะได แค 30 อาร ก วเมนต เท าน น ร ปแบบการใช งานของฟ งก ช นต าง ๆ ในวงเล บท ต องระบ ค าของอาร ก วเมนต ท ระบ ต วหนา หมายถ ง เป นค าท ต องใส ให ครบถ วน ส วนอาร ก วเมนต ท เป นต วปกต หมายถ งเป นค า ต วเล อกท จะใส หร อไม ใส ก ได เช น ฟ งก ช น FV(rate,nper,pmt,pv,type) หมายถ ง ต องระบ ค า ของ rate,nper,pmt แต ค าของ pv,type จะใส หร อไม ใส ก ได 7
ประเภทของฟ งก ช น Excel ม ฟ งก ช นท ใช คานวณค าต าง ๆ มากมาย โดยจะแบ งออกเป นกล มตามล กษณะ คานวณด งน Financial (การเง น) ใช คานวณหาค าทางการเง นต าง ๆ เช น ม ลค าเง นในอนาคต, อ ตราดอกเบ ย,ค าเส อมราคา,จานวนเง นชาระต องวด เป นต น Logical (แบบตรรกะ) ในในการคานวณแบบเง อนไข เช น เปร ยบเท ยบท ให ผลล พธ เป นจร ง (TRUE) หร อเท จ (FALSE) Text (ข อความ) ใช จ ดการก บข อม ลประเภทข อความ เช น น บจานวนคา ค นหาคา แปลง ต วอ กษร พ มพ ใหญ พ มพ เล ก เป นต น Date and Time (ว นท และเวลา) ใช คานวณหาว นและเวลา แสดงว นท ป จจ บ น แปลงว นท เป นเลขลาด บ หร อ แปลงเลขลาด บเป น ว น เด อน ส ปดาห หร อป เป นต น Lookup & Reference (การค นหาและการอ างอ ง) ใช ค นหาข อม ลในตารางเพ อด งค าท ค นหาเจอมาใช งาน Math and Trig (คณ ตศาสตร และตร โกณม ต ) ใช คานวณหาค าทางคณ ตศาสตร หร อ ตร โกณม ต เช น ค าผลรวม ค าส มบ รณ ค าป ดและเศษทศน ยม แปลงม มเรเด ยนเป นองศา หาค า รากท สองของต วเลข เป นต น Statistical (ทางสถ ต ) ใช คานวณหาค าทางสถ ต ต าง ๆ เช น ค าเฉล ย ส งส ด ต าส ด ค าม ธย ฐาน ค าเบ ยงเบนประชากร น บจานวณค า น บจานวนต วเลข น บเซลว าง หร อ หาค าเปอร เซนต ไทล ของข อม ล เป นต น Database (ข อม ล) ใช จ ดการข อม ลท ถ กเก บในตาราง เช น ค นหา คานวณค าในตาราง เช น หาผลรวม หาค าส งส ด-ต าส ด น บจานวน หาค าเฉล ยในกล มฐานข อม ล Information (ข อม ล) ใช ตรวจสอบล กษณะหร อสถานะของข อม ลท อย ในเซล เช น ตรวจสอบว าม ข อม ลในเซลน นหร อไม ข อม ลในเซลเป นต วเลขหร อข อความ เป นต น 8
9 การใช งานฟ งก ช นพ นฐานต าง ๆ ฟ งก ช น SUM เป นฟ งก ช นท ถ กนามาใช งานมากท ส ดฟ งก ช นหน ง ทาหน าท ส งค า กล บผลรวมของข อม ลต วเลข ค ณสามารถเร ยกใช ฟ งก ช นน ได อย างรวดเร ว โดยการคล กป ม ร ปแบบ SUM(number1,number2,number3..numberN) number1,number2, ต วเลขท นามาบวกก น หร ออ างอ งไปย งเซล/ช วงเซลท จะนาข อม ล มาบวกก น โดยจานวนอาร ก วเมนต ม ได ต งแต ถ ง 255 ต ว ต วอย างการใช งานฟ งก ช น ต วอย างน จะป อนส ตร =SUM(B3:B7) ลงในเซล B9 เพ อหาผลรวมของของค าอาหาร เช าต งแต ว นจ นทร ถ งว นศ กร ผลล พธ ท ได จากการใช ฟ งก ช น SUM
ฟ งก ช น MAX เป นฟ งก ช นท ส งกล บค าท มากท ส ดจากจานวนค าท งหมดในช ดข อม ล ท ระบ ร ปแบบ MAX (number1,number2,number3..numbern) number1,number2, ค าต วเลข อาร เรย หร อ การอ างอ างอ งไปย งช วงเซลท ม ค าต วเลขท ต องการนาค ามาหาค าส งส ดอ นด บแรก โดยจานวนอาร ก วเมนต ม ได ต งแต 1 ถ ง 255 อาร ก วเมนต อาร ก วเมนต สามารถเป นได ท งค าต วเลข เซลว าง ค าตรรกะ หร อ ข อความท สามารถ แปลงเป นต วเลข ถ าอาร ก วเมนต เป นค าความผ ดพลาด หร อข อความท ไม สามารถแปลงเป น ต วเลขฟ งก ช น MAX จะส งกล บค าความผ ดพลาดมาให อาร ก วเมนต ท เป นอาร เรย ค าคงท หร อการอ างอ งเซล ข อม ลในอาร เรย หร อเซลน นท เป นข อความ ค าตรรกะ และค าว าง จะไม ถ กนามาคานวณ ถ าไม ใส ค าในอาร ก วเมนต ฟ งก ช น MAX จะส งกล บค าศ นย ต วอย างการใช งานฟ งก ช น ต วอย างน จะป อนส ตร =MAX(B3:B7) ลงในเซล B10 เพ อหาค าส งส ดของค าอาหารเช าต งแต ว น จ นทร ถ งว นศ กร 10 ผลล พธ ท ได จากการใช ฟ งก ช น MAX
ฟ งก ช น MIN เป นฟ งก ช นท ทางานตรงก นข ามก บฟ งก ช น MAX ค อจะส งกล บค าท น อยท ส ดจากจานวนค าท งหมดในช ดข อม ลท ระบ ร ปแบบ MIN (number1,number2,number3..numbern) number1,number2, ค าต วเลข อาร เรย หร อ การอ างอ างอ งไปย งช วงเซลท ม ค าต วเลขท ต องการนาค ามาหาค าต าส ดอ นด บแรก โดยจานวนอาร ก วเมนต ม ได ต งแต 1 ถ ง 255 อาร ก วเมนต อาร ก วเมนต สามารถเป นได ท งค าต วเลข เซลว าง ค าตรรกะ หร อ ข อความท สามารถ แปลงเป นต วเลข ถ าอาร ก วเมนต เป นค าความผ ดพลาด หร อข อความท ไม สามารถแปลงเป น ต วเลขฟ งก ช น MAX จะส งกล บค าความผ ดพลาดมาให อาร ก วเมนต ท เป นอาร เรย ค าคงท หร อการอ างอ งเซล ข อม ลในอาร เรย หร อเซลน นท เป นข อความ ค าตรรกะ และค าว าง จะไม ถ กนามาคานวณ ถ าไม ใส ค าในอาร ก วเมนต ฟ งก ช น MAX จะส งกล บค าศ นย ต วอย างการใช งานฟ งก ช น ต วอย างน จะป อนส ตร =MIN(B3:B7) ลงในเซล B11 เพ อหาค าต าส ดของค าอาหารเช าต งแต ว น จ นทร ถ งว นศ กร 11 ผลล พธ ท ได จากการใช ฟ งก ช น MAX
ฟ งก ช น AVERAGE เป นฟ งก ช นท ส งกล บค าเฉล ยหร อค าม ชฌ มเลขคณ ต (Arithmetic Mean) ของช ดข อม ลท เป นต วเลข เช น นามาใช คานวณหาค าเฉล ยของคะแนนสอบ แต ละว ชา จานวนเง นท ใช จ ายแต ละว น ยอดขายส นค าในแต ละเด อน เป นต น ร ปแบบ AVERAGE (number1,number2,number3..numbern) number1,number2, ค าต วเลข อาร เรย หร อ การอ างอ างอ งไปย งช วงเซลท ม ค าต วเลขท ต องการนาค ามาหาค าเฉล ย โดยจานวนอาร ก วเมนต ม ได ต งแต 1 ถ ง 255 อาร ก วเมนต ถ าอาร ก วเมนต เป นอาร เรย ค าคงท หร อการอ างอ งเซล ข อม ลในอาร เรย ค าคงท หร อ เซลน นท เป นข อความ ค าตรรกะ และค าว าง จะไม ถ กนามาคานวณหาค าเฉล ย ถ าอาร ก วเมนต เป นค าตรรกะ จะถ กนามาคานวณค าโดยตรรกะ TRUE ม ค าเป น 1 และ ตรรกะ FALSE จะม ค าเป น 0 ต วอย างการใช งานฟ งก ช น ต วอย างน จะป อนส ตร =AVERAGE (B3:B7) ลงในเซล B12 เพ อหาค าเฉล ยของค าอาหารเช า ต งแต ว นจ นทร ถ งว นศ กร 12 ผลล พธ ท ได จากการใช ฟ งก ช น AVERAGE
13 เร อง การใส ฟ งก ช น การสร างส ตรคานวณฟ งก ช นน น สามารถเล อกใช ฟ งก ช นโดยพ มพ ช อฟ งก ช นลงไปเอง หร อ เล อกกล มฟ งก ช นจากกล มคาส ง Function Library (ฟ งก ช นไลบราร ) โดยว ธ การด งน ว ธ ท 1 พ มพ ฟ งก ช นลงในเซล ว ธ น ใช ในกรณ ท ทราบช อฟ งก ช นและอาร ก วเมนต อย แล ว โดยพ มพ ช อฟ งก ช นลงไป โดยตรงบนแถบส ตรแล วเล อกอาร ก วเมนต ท ใช สาหร บฟ งก ช นน น ๆ สาหร บอาร ก วเมนต ท เป นช อ เซลจะพ มพ ลงไปเองหร อคล กเมาส เล อกก ได และสาหร บฟ งก ช นท ใช กล มเซลช วงหน งเป น อาร ก วเมนต ก อาจใช ว ธ ลากเมาส เพ อใส ช อกล มเซลได ด วย คล กในเซลใส เคร องหมาย = แบบฝ กปฏ บ ต แสดงต วช วยใส ส ตรอ ตโนม ต Formula Auto Complete (การ ทาให ส ตรสมบ รณ อ ตโนม ต ) ให ด บเบ ลคล กเล อกฟ งก ช นท จะใช ใส วงเล บเป ด Function Screen Tips คาแนะนาร ปแบบฟ งก ช น
14 พ มพ หร อคล กลากเล อกช วงเซลท จะใช เป นอาร ก วเมนต กดค ย [Enter] เม อใส เคร องหมายเท าก บ แล วเร มใส ต วอ กษรต วแรกของฟ งก ช น โปรแกรมจะข นช อ ฟ งก ช นข นมาให เล อก อ ตโนม ต ท เร ยกว า Formula Auto Complete (การทาให ส ตรสมบ รณ อ ตโนม ต ) หากเจอฟ งก ช นท จะใช ก ด บเบ ลคล กเล อกข นมาใช ท นท การเต มอ ตโนม ต น จะแสดงใน เซลท ใส ส ตร และแสดงแถบส ตรด วยถ าป อนส ตรท แถบส ตรด งภาพ ป อนส ตรบนแถบส ตร [Enter]
15 ว ธ ท 2 เล อกฟ งก ช นจากไลบราร ใน Excel 2007 ได รวบรวมรายช อฟ งก ช นไว ให ค ณเร ยกใช งานได อย างสะดวกใน Ribbon ช อ Formulas (ส ตร) โดยอย ในกล มช อ Function Library (ไลบราร ฟ งก ช น) และ จะแยกฟ งก ช นตามประเภทการใช งานด งน เป ดไดอะล อกบ อกซ แทรก ฟ งก ช น เล อกฟ งก ช นอ ตโนม ต เล อกฟ งก ช นท ใช ล าส ด เล อกฟ งก ช นอ น ๆ เพ มเต ม เล อกฟ งก ช นการเง น เล อกฟ งก ช นทางตรรกะ เล อกฟ งก ช นทางข อความ เล อกฟ งก ช นทางว นท และเวลา เล อกฟ งก ช นการค นหาละอ างอ ง เล อกฟ งก ช นคณ ตศาสตร และ ตร โกณม ต
16 คล กกล มฟ งก ช นและคล กเล อกฟ งก ช น คล กเซลผลล พธ บนไดอะล อกบ อกซ Function Argument (อาร ก วเมนต ของฟ งก ช น) ให คล กไป เล อกช วงเซลท จะนามาคานวณ
17 คล กลากเล อกช วงเซล คล ก อาร ก วเมนต ท เล อกใหม ค าในเซลของอาร ก วเมนต แสดงผลการคานวณท ได คล ก
ว ธ ท 3 เล อกฟ งก ช นจาก Name Box ปกต Name Box (กล องช อ) จะเป นเคร องม อบอกตาแหน งเซลหร อช อของเซล แต ถ าค ณ พ มพ เคร องหมาย = (เท าก บ) ลงบนเซลหร อแถบส ตรแล ว ท Name Box จะแสดงรายช อของ ฟ งก ช นท เคยเร ยกใช งานไปก อนหน าข นมาให เล อก โดยเร ยกใช ได ด งน 18 คล กเซลแล วพ มพ เคร องหมาย = คล กล กศร ของ Name Box แล วคล กเล อกฟ งก ช น เช น SUM ระบ ตาแหน งเซลท จะคานวณ หร อ......หร อ คล ก ไปเล อกเซล คล ก